คุณกำลังวางแผนเดินทางมาไทยอยู่หรือไม่? ดู Kamol Trip หรือ ติดต่อเรา

ชีวิตและงาน นพ.กมล พันธ์ศรีทุม

รู้จักชีวิตและงาน นพ.กมล พันธ์ศรีทุม
1 minute read
111 Getting to know Dr. Kamol
649980c823fb9
รู้จักชีวิตและงาน   นพ.กมล พันธ์ศรีทุม

เมื่อเร็วๆนี้ในตอนบ่ายวันอาทิตย์ ต้นฤดูฝนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสนัดหมายกับ นพ.กมล พันธ์ศรีทุม เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับชีวิตและงานด้านศัลยกรรมตกแต่งความงามและแปลงเพศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับแนวหน้าของโลก ตามปกติแล้ว วันอาทิตย์จะเป็นวันที่ว่างจากการผ่าตัด ก็ใช้ชีวิตพักผ่อนอยู่กับครอบครัว แต่สำหรับวันอาทิตย์นี้เป็นวันพิเศษ จึงได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับคุณหมอ ถึงโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลที่สร้างขึ้นมา การทำงานร่วมกับทีมงาน และการดูแลคนไข้ ดุจดังครอบครัวเดียวกัน โดยมี คุณศิริเพ็ญ  ภรรยา เป็นผู้บริหาร

คุณหมอกมล เกิดและเติบโตมาจากหมู่บ้านเล็กๆ ติดแม่น้ำโขง ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เพียงแค่ข้ามน้ำโขงก็จะเป็นเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว มีพี่น้อง 3 คน มีน้องชายเป็นวิศวะ น้องสาวเป็นพยาบาล และอีกคนหนึ่งเป็นแม่บ้าน ประสบการณ์บางอย่างในวัยเด็กที่ได้เห็น ได้ทำ ได้เรียนรู้ ได้สร้างแรงบันดาลใจ และหล่อหลอมการเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งในวันนี้ เช่น ชอบวาดรูปลายเส้น เมื่อตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้วาดรูปในหลวง รัชกาลที่9 ด้วยดินสอแรงเงา ต่อมาในช่วงปี พศ. 2518-2519 เป็นช่วงเวลาของสงครามในลาว เวียดนาม และเขมร มีผู้อพยพ หนีตายแอบว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขง บางคนก็มีโอกาสรอด ได้มาขึ้นฝั่ง บางคนถูกยิงตาย ตอนเช้าๆจะเห็นศพ ลอยตามน้ำโขง เห็นสภาพผู้คนที่บ้านแตก ครอบครัวสูญหาย บาดเจ็บ ทางรัฐบาลและหน่วยงานสหประชาชาติ ก็สร้างศูนย์อพยพในหลายๆจังหวัดที่ติดชายแดน จังหวัดหนองคายก็มีศูนย์นี้เช่นกัน ภาพที่ได้เห็นเหล่านี้ได้สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก ให้เด็กชายคนหนึ่ง ที่ต้องมุ่งมั่นเรียนหนังสืออย่างหนัก เพราะคิดว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้มีชีวิตที่ดีกว่านี้ และไม่อยากจะเป็นผู้อพยพแบบนี้ จึงต้องปั่นจักรยานจากหมู่บ้านไปเรียนหนังสือในอำเภอ วันละ 20 กิโลเมตร บนถนนที่มีแต่โคลนในหน้าฝน มีแต่ฝุ่นแดงๆในหน้าหนาว หน้าแล้ง เมื่อปั่นจักรยานไม่ไหวแล้ว พ่อก็พาไปฝากพระ อยู่กับวัดที่ใกล้โรงเรียน แต่ก็มีประสบการณ์อยู่กับเณร 2-3 เดือน ต่อมาไปอาศัยอยู่กับองเถียด คนเวียดนามที่อพยพมา จนจบ มศ.3 (องเถียด ก็กลับประเทศเวียดนามหลังสงครามสงบอีก 10 ปีต่อมา) ไปเรียนต่อมัธยมปลาย ที่แก่นนคร จังหวัดขอนแก่น จนกระทั่งสอบเข้าคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จนจบแล้วเรียนต่อศัลยกรรมทั่วไป และศัลยกรรมตกแต่ง ที่คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์

ระหว่างที่มาเรียนเป็นแพทย์ประจำบ้าน ศัลยกรรมทั่วไปที่จุฬา ก็ได้พบกับภรรยา “ศิริเพ็ญ” ซึ่งเธอทำงานอยู่บริษัทยาแห่งหนึ่ง เธอจบการศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่งงานกันในปีพศ. 2535 ปัจจุบันมีลูกสาว 1 คน ลูกชาย 1 คน ทั้งคู่สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์แล้ว กำลังเป็นแพทย์ฝึกหัด

หลายปีผ่านไปของการเป็นคู่ชีวิตและเพื่อนคู่คิด ของกันและกัน ของหมอกมลและศิริเพ็ญ ซึ่งมีความสามารถในการบริหารจัดการทุกอย่างของเธอ ได้สร้างโอกาสให้ “ศัลยแพทย์หนุ่ม “ ได้มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาทักษะเทคนิคต่างๆตลอดเวลา และเก็บเกี่ยวสะสมประสบการณ์ จนเติบโตเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดแปลงเพศ” เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ทั้งการผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิง หญิงเป็นชาย และโรงพยาบาลแห่งนี้ ยังเป็นที่แบ่งปันความรู้ ให้กับศัลยแพทย์ต่างๆทั่วโลกอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของทั้งหมดคือคนไข้ ที่ทางคุณหมอกมลและทีมงาน ได้ส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้ความรัก ความอบอุ่น และความมั่นใจ ในการที่จะเดินต่อไป เพื่อได้มีชิวิตใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มีความสุข หลายๆคนได้เล่า ถ่ายทอดประสบการณ์ ของการมาที่นี่ แล้วพบกับความสุข ความสมหวัง หรือถ่ายทอดวีดีโอของการเดินทางมาที่นี่ ลงในสังคมโลกออนไลน์ ทำให้โรงพยาบาลเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั่วโลก

เพราะการทำงานที่ชอบ ความต้องการการดูแลที่ดีก็เพิ่มมากขึ้น นพ. กมลและภรรยา ได้สร้างอะพาร์ตเมนต์ สำหรับคนไข้ในชื่อ “K Garden”  มี 68 ยูนิตเพื่อดูแลคนไข้ พักฟื้นหลังผ่าตัด 2-3 อาทิตย์

สำหรับเป้าหมายในอนาคต นพ. กมล อยากจะเป็น “ครู” แต่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ก็จะยังคงเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง และแปลงเพศชั้นนำต่อไป ขณะเดียวกันก็คอยให้คำแนะนำทีมศัลยแพทย์ ชี้แนะ แนะนำแลกเปลี่ยนประสบการณ์การผ่าตัดกับศัลยแพทย์ภายในองค์กร และศัลยแพทย์ที่สนใจทั่วโลก และคัดเลือกคนที่สามารถจะมาเรียน การผ่าตัดแปลงเพศนี้ได้ ตามแนวคิดและเทคนิคของคุณหมอกมลที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง

นพ.กมล ให้แนวคิดว่า ในการทำศัลยกรรมตกแต่ง นอกจากการทำศัลยกรรมความงามแล้ว การได้มีโอกาสแก้ไขผลจากการทำศัลยกรรมตกแต่งที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือ ผิดพลาดมาก่อน หมอส่วนใหญ่ 99% ไม่ชอบทำ เพราะปัญหาซับซ้อน และต้องใช้ประสบการณ์ความชำนาญสูง ถ้าเราสามารถที่จะแก้ไขได้บ้าง ก็เป็นการช่วยเหลือคนไข้ให้กลับมามีความมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง

ในตอนท้ายนี้ นพ.กมล  คิดเสมอว่าเราต้องรู้จักที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จากผู้คนต่างๆที่อยู่รอบๆตัวเรา ด้วยเทคนิคและการเข้าหาที่แตกต่างกัน เรียนรู้จากสิ่งต่างๆ แล้วทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแนวคิดและการกระทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนไข้และคนที่อยู่รอบๆตัวเรา “ เพื่อจะได้ตัดสินใจแก้ปัญหาร่วมกัน” นั่นคือบทสรุปทางความคิด ของ เด็กนักเรียนชายในชนบทไทย ที่ปั่นจักรยานไปโรงเรียน แม้จะหลายสิบปีจะผ่านไป…..ก็ยังเป็นบทเรียนที่มีค่าในชีวิตตลอดไป

โดย…. Robert Challenger

1709888673 65ead4a12caa5

Share this

ก้าวแรก..สู่ตัวตนที่เราเลือก

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่ประกอบด้วย แพทย์ ศัลยแพทย์ จิตแพทย์  สูตินรีแพทย์ และผู้ที่มากประสบการณ์หลากหลายสาขา ของเรา พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และดูแลคุณด้วยความรัก ความเข้าใจ อย่างอบอุ่น  ในทุกช่วงของการปรับชีวิตให้สมบูรณ์แบบ สู่ตัวตนที่เราเลือก ติดต่อเราได้ตลอดเวลา เพื่อปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะกับคุณ